เครื่องเทศ สมุนไพร บำรุงร่างกาย

กินเครื่องเทศบำรุงร่างกาย ร่างกายแข็งแรงด้วยเครื่องเทศ

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าอาหารมีความสำคัญต่อร่างกายที่สุด ทั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความแข็งแรง และพลังงานเพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันเท่านั้น สารในอาหารบางชนิดอย่างมีส่วนช่วยรักษาโรคอีกด้วย

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นระบุชัดว่า อาหารประเภทไฟเบอร์ ซีเรียล ผัก ผลไม้ มีผลในการรักษาโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ เบาหวาน และความอ้วน ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่อาหารประเภทหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไปก็คือ อาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรรสเผ็ดหรือเครื่องเทศ ซึ่งหากรับประทานในปริมาณมากพอสมควร จะมีผลต่อการรักษาโรคหลายชนิด สมุนไพรหรือเครื่องเทศในอาหารที่มีผลบวกต่อร่างกายอย่างชัดเจนนั้น มี 9 ชนิดดังนี้

1 กระเทียม
มีผลชัดเจนในการลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดอุดตันและโรคหัวใจ งานวิจัยทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศได้ทำการเก็บข้อมูลไว้ว่า การรับประทานกระเทียม วันละครึ่งกลีบ ถึง 1 กลีบ จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้กระเทียมยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย

2 อบเชย
หรือในชื่อฝรั่งว่า ชินนาม่อน มักใช้เป็นส่วนผสมในขนม โรยหน้าขนม และเครื่องดื่ม หรือเป็นเครื่องเทศในอาหารคาว การบริโภคอบเชยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีการทดลองในห้องแล็บและในคน พบว่าสารโพลีฟีนอลในอบเชย ช่วยให้สารอินซูลินที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเม็ดเลือดทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังต่อต้านการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ โดยพบว่าหากรับประทานชาชินนาม่อนแบบเข้มข้น 1 ถ้วย ภายใน 48 ชั่วโมง จะช่วยยับยั้งการติดเชื้อได้ตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว

3 ผงกะหรี่
มีส่วนผสมของขมิ้น ซึ่งมีสารเคอร์มิน ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการก่อตัวของเนื้องอก และป้องกันคราบอะมีลอยด์ ซึ่งเป็นคราบโปรตีนที่มักก่อตัวในเนื้อเยื่อสมอง และส่งผลให้เกิดโรค เช่น โรคอัลไซเมอร์ และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จากการทดลองในคนไข้ 107 คน ที่มีโรคข้อเข่าเสื่อม The กลุ่มหนึ่งให้รับประทานยาแก้ปวดข้อไอบูโพรเฟน 800 มิลลิกรัมต่อวัน อีกกลุ่มให้สารสกัดจากขมิ้น 2 กรัมต่อวัน พบว่าอาการปวดเมื่อยในคนไข้ทั้งสองกลุ่มเมื่อเดินหรือขึ้นบันไดลดลง

4 โป๊ยกั้ก
เป็นหนึ่งในเครื่องเทศ 5 ชนิด ที่เป็นส่วนผสมหลักในอาหารจีน โดยเฉพาะอาหารประเภทตุ๋นหรืออบ มีลักษณะคล้ายรูปดาวแปดแฉก มีรสฉุนเผ็ด ใช้ชงเป็นชาดื่มเพื่อรักษาโรครูมาตอยด์ เมล็ดโป๊ยกั้กสามารถนำมาเคี้ยวหลังอาหาร เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์กระตุ้นความต้องการทางเพศในผู้ชาย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้โป๊ยกั้กเป็นส่วนผสมต้องห้ามในอาหารเจ

5 ลูกกระวาน
มักใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกง ชาสมุนไพร ชาอินเดีย ขนมปัง มีผลในการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเผาผลาญพลังงาน และระบบการย่อยอาหาร อีกทั้งยังช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ รักษาโรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ และบรรเทากลิ่นปากที่เกิดจากความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า การรับประทานลูกกระวานทำให้อารมณ์ดีขึ้น

6 กานพลู
เป็นดอกของต้นกานพลู พบได้ในอาหารอบ เครื่องเคียง ชา รวมทั้งเป็นเครื่องเทศในเมนูอาหารจีน เป็นสมุนไพรที่ช่วยบำรุงระบบการย่อยอาหาร การเคี้ยวดอกกานพลูแห้งจะช่วยลดอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ปวดท้อง ตะคริว ลดความเสี่ยงต่อฟันผุ

7 ยี่หร่า
มีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และบำรุงระบบการทำงานของตับ ลดอาการท้องอืด และกระตุ้นระบบการย่อยอาหาร มักใช้ดับกลิ่นคาวในเมนูที่มีเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว รวมถึงแกงที่มีส่วนผสมของถั่ว เช่น แกงมัสมั่น

8 เมล็ดผักชีล้อม
บางคนเรียก ยี่หร่าหวาน หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Fennel seeds มักใช้ปรุงอาหารประเภทต้ม/ตุ๋น หรือบดผสมในขนมปัง/บิสกิต ช่วยบำรุงระบบการย่อยอาหาร โดยจะไปกระตุ้นการขับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร และคลายความตึงเครียดในระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อในลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น

9 ขิง
เป็นสมุนไพรที่พบได้ง่ายๆ ในหลากหลายเมนูของบ้านเรา ทั้งอาหารคาวและหวาน มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ลดอาการข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

อย่างไรก็ตาม สมุนไพรเหล่านี้จะออกฤทธิ์ได้ดีก็ต่อเมื่อเก็บรักษาโดยการแขวนไว้ในที่เย็นและไม่มีแสงแดด เพื่อไม่ให้สูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติและรสเผ็ดร้อน และต้องนำออกมาใช้ภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รสชาติและกลิ่นของสมุนไพรอยู่ในระดับสูงที่สุด

นอกจากนี้ สมุนไพรบางชนิดอาจต้องรับประทานอย่างระมัดระวัง เช่น กระเทียมและขิง มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดตามธรรมชาติ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่กำลังเข้ารับการผ่าตัด หรือผู้ที่ใช้ยาสลายลิ่มเลือด

หลังปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจว่าไม่มีอยู่ในอาหารต้องห้ามแล้ว แนะนำให้ลองตามหาเมนูที่มีสมุนไพรเผ็ดร้อนทั้ง 9 ชนิดมารับประทานเป็นประจำ แล้วจะพบว่าความถี่ในการแพทย์ของคุณลดลง สุขภาพแข็งแรง รู้สึกกระชุ่มกระชวย สดชื่นมากขึ้น